|
ลับแล...แก่งคอย
เรื่อง : ลับแล แก่งคอย
ผู้แต่ง : อุทิศ เหมะมูล
สำนักพิมพ์ : อัมรินทร์
เราเคยเข้าใจว่าการตัดสินให้หนังสือซักเล่มขึ้นแท่นเป็นหนังสือที่ควรค่าแก่สายตามนุษย์ จรรโลงสติปัญญา และ ยากแก่การทำความเข้าใจนั้น ใช้คนธรรมดาตัดสินเองไม่ได้ มันต้องใช้คนที่มีปีกของความคิดแบบเดียวกันมานั่งสุมหัว และแยกแยะองค์ประกอบของของความนำ แก่น ตัวละคร ฉาก ฯลฯจนสรุปยอดได้ว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือดี
ความรู้สึกแบบนั้นฝังอยู่ในสมองซีกลึกสุดมาจนถึงเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน หนังสือบางเล่มถึงได้เปิดกะโหลกออกมาขัดถูจนเงาวับ ปาดความรู้เดิมที่หยั่งรากอยู่ในสมองเป็นความเข้าใจแบบใหม่
เปล่าเลย ซีไรต์ไม่ได้จำกัดกลุ่มคน ไม่จำกัดสติปัญญาหรือจิตใต้สำนึก และไม่ได้จำกัดความเข้าใจใดๆ มันก็แค่กระดาษบรรจุกล่องความคิดของคนคนหนึ่ง เพียงแต่ในกล่องนั้นมีความพิเศษตรงที่ไม่รู้วาเปิดมาแล้วจะเจออะไร จนกว่าผู้เขียนจะไขกุญแจความคิดนั้นออกแล้วบอกเราผ่านตัวหนังสือ
นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมรางวัลซีไรต์ปีนี้ถึงตกเป็นของคุณอุทิศ เหมะมูล
เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่ได้รวมไว้แค่ความแปลก ความสด ความใหม่ แต่ตัวอักษรทุกตัว ทุกหน้ามีองค์ประกอบของความเป็นซีไรต์อย่างเต็มเปี่ยม ตัวละครทุกตัวมีมิติ มีเงาสะท้อนของความดีเลวหลอมรวมกัน
มีการสรรค์สร้างอย่างสร้างสรรค์
เราจะไม่มีวันล่วงรู้ได้เลยว่าปมสุดท้ายของเรื่องจะคลายตัวออกในรูปแบบไหน เหมือนถือเชือกกันคนละข้าง ข้างหนึ่งเป็นเราไล่มือตามเกลียวเชือกไปเรื่อยๆ อีกข้างหนึ่งเป็นผู้เขียนที่ถือปลายเชือกรอให้เราสาวเท้าเข้าไปหา ระหว่างทางเราจะเจอไหมพรมเส้นเล็กๆคอยเกี่ยวนิ้วเราให้โซซัดโซเซไปทางนู้นทาง ทางนี้ทาง จนบางครั้งเราอาจหลงทิศ ยืนคลำอากาศอยู่นานสองนาน แต่เมื่อใดตัวอักษรสุดท้ายของหน้าท้ายสุดผ่านสายตาเราไป ไหมพรมเส้นจ้อยที่ว่านั้นจะล่องหนหายวับไปเหมือนมีเวทมนตร์ ผู้เขียนจะยื่นปลายเชือกให้เราแล้วไขความกระจ่างของระยะทางที่เราเดินหาความจริงมาโดยตลอด
และระยะทางนั้นไม่มีวันสูญเปล่า
หนึ่งในนั้นเป็นพี่ชายของความหลับ อีกหนึ่งนั้นจงเป็นน้องชายของคำลวง
แก่งคอยเป็นพี่ชาย ลับแลเป็นน้องชาย สองคนเป็นพี่น้องคนละแม่ มีพ่อคนเดียวกัน และพ่อคนนี้เป็นคนขีดเส้นทุกอย่างภายในครอบครัว เส้นที่ไม่มีใครข้ามไปได้เพราะความเป็นผู้นำและการตัดสินใจที่เด็ดขาด ทว่าเปราะบางเหลือเกินในจิตใต้สำนึก มีอำนาจให้ทุกชีวิตหยุดเงี่ยหูฟัง หากไร้เรี่ยวแรงในการประคับประคองให้ชีวิตนั้นทำตามอำนาจที่ตนมี ความเปราะบางนั้นค่อยๆถักทอเป็นเกลียวหนาขึ้นเรื่อยๆจนเผาไหม้จิตใจของมนุษย์คนหนึ่งจนเกรียมสนิท จิตใต้สำนึกที่ถูกเหยียบให้จมอยู่ตลอดนั้นเริ่มบ่ายเบี่ยงภาวะการจำยอม ผู้เป็นแม่จึงต้องจับความกร้าวแข็งไว้ในกรงขังแห่งศาสนา ให้ธรรมะปลอบประโลมจิตใจจนหลุดพ้นความไม่รู้ออกมาจนได้
นวนิยายเรื่องนี้ไม่มีตัวละครตัวใดเลยที่เป็นชนชั้นสูง ผู้เขียนถ่ายทอดความสามัญของมนุษย์ลงในเนื้อหาทุกอณูรายละเอียด ทุกอารมณ์ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มนุษย์คนหนึ่งจะยึดถือได้ในการใช้ชีวิต คุณจะได้เห็นความจอมปลอม แท้จริง ปลิ้นปล้อน ขุ่นเคือง พิศวงสงสัยในทุกๆด้าน คุณค่าของครอบครัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความรักคนคนนั้นไปเท่าไหร่ หากมันเกี่ยวโยงถึงความเข้าใจที่คุณสัมผัสมันได้ด้วยความจริง เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น และสิ่งที่เขาแสดงออก
สุดท้ายแล้วเราจะเรียนรู้ได้ว่าในบางครั้งเราลวงหลอกตัวเองและคนรอบข้างเพื่อความสุขเล็กๆที่ซุกซ่อนภายใต้มโนสำนึก มันเร้นกายอยู่ในทุกโสตประสาทรับรู้ จนบางครั้งเรากล้าพอที่จะผลักภาระความเลวร้ายทั้งหมดให้ผู้อื่น แล้วเลือกที่จะยืนในจุดที่ทุกคนเรียกว่าความถูกต้อง เป็นเรื่องทางโลกที่ทุกคนทำ แต่ไม่เคยมีใครเคยออกมาพูด
หากคุณหลวมตัวพลิกหน้าแรก อ่านตัวอักษรแรก เราก็ขอเตือนให้คุณระวังหลุมพรางของความหลอก...และคำลวง
By Eastsea
|