|
This is a book
มองลึก นึกไกล ใจกว้าง

ชื่อหนังสือ : มองลึก นึกไกล ใจกว้าง
ผู้แต่ง : ว.วชิรเมธี
สำนักพิมพ์ : ปราณ
ในชีวิตนี้เกิดมา ไม่เคยนึกฝันเลยว่าเราจะมีไอดอลเป็นพระ พระภิกษุที่ห่มจีวรสีเหลืองถือศีล227ข้อทีเดินบิณฑบาตตอนเช้านี่แหละ
ปกติเราไม่ได้มองพระในแง่บวกเพราะสำนักสงฆ์ในปัจจุบันเริ่มสร้างอาณานิคมความศรัทธาในสถาบันแบบไร้ยางอาย ครอบงำจิตใจชาวบ้านด้วยเครื่องรางของขลังซึ่งไม่ใช่หัวใจที่แท้จริงของพุทธศาสนา วัดเดี๋ยวนี้จึงแข่งกันปลุกเสกของดีกันให้วุ่น รอรับทรัพย์บริสุทธิ์ของผู้มีจิตศรัทธากันไม่หวาดไม่ไหว
แต่เราก็ไม่ได้มองพระในแง่ลบ เพราะพระภิกษุก็เปรียบเสมือนเป็นผู้ส่งสารจากพระพุทธเจ้า ถ่ายทอด เผยแผ่สิ่งจรรโลงใจเข้าสมองให้เรามีที่ยึดเหนี่ยว มีธรรมะไว้พักพิงยามเหนื่อยล้าจากความว้าวุ่นของสังคม
แต่ส่วนมากเราจะมองพระในแง่ “เบื่อ” เพราะพระมักจะมาพร้อมกับบทสวดและกัณฑ์เทศน์ มีตาลปัตรบังหน้าพร้อมกล่อมเราให้เฝ้าพระอินทร์ได้ทุกครั้ง
แต่ผู้ส่งสารทางศาสนาบางรูปเป็นครีเอทีฟมือฉมัง ท่านสามารถเป็นนักพูดและนักเขียนที่ตรึงผู้ดูและผู้อ่านให้เข้าถึงสัจธรรมของชีวิตได้โดยไม่หาวซักหวอด
ท่านว.วชิรเมธี เอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาน้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะท่านเป็นพระภิกษุที่โด่งดังของเมืองไทย ไม่ได้โด่งดังในด้านปลุกเสกของได้ หรือมีพระที่พกแล้วฟันไม่เข้ามาแจกจ่าย ท่านโด่งดังทางด้านความคิดและความแตกฉานในพระพุทธศาสนา ที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือท่านสามารถชี้ทางสว่างให้ปุถุชนธรรมดาอย่างเราเห็นว่า ธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ทุกข้อความที่หลุดออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มมันทำให้เราซาบซึ้งในหลักธรรมพุทธศาสนา ได้เรียนรู้วิถีทางที่ควรเดินในวังวนแห่งความสับสนนี้มากขึ้น
มองลึก ก็หมายถึง มองให้ลึกๆนั่นแหละ อย่ามองแต่ภาพลักษณ์ผิวเผินแล้วด่วนตัดสินสิ่งต่างๆ “ อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะสิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา”
นึกไกล หมายถึง อย่านึกถึงแต่ตัวเอง ในช่วงเวลาที่เราได้รับ จะมีกี่ชีวิตที่ต้องสูญเสีย “ อย่านึกแต่ว่า ฉันจะได้อะไร โดยไม่เคยถามต่อไปว่า ในขณะที่ฉันกำลังได้อะไรอยู่นั้น คนอื่นเขาต้องเสียอะไร”
ใจกว้าง หมายถึง เปิดใจ อย่าเอาความเป็นพวกเดียวกันเป็นที่ตั้ง เปิดตาเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ แล้วมองทุกคนเป็นเพื่อน เป็นมิตรสหายโดยไม่ใช้อคติเป็นตัวนำทาง “ ใจที่ปราศจากอคติ สามารถอยู่ร่วมกับคนทั้งโลกฉันพี่ฉันน้อง”
จะมีซักกี่ครั้งกันที่เราสามารถเปลี่ยนความคิดจากสิ่งเดิมๆที่สาระมันเยอะจนน่าเบื่อ มาเป็นข้อมูลใหม่เอี่ยมที่โยนความเชื่อผิดๆนั้นทิ้งไปไกลสุดลูกหูลูกตา
ในโลกกลมๆใบหนึ่ง ยังมีคนที่มีเป้าหมายในการอยากให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอยู่โดยสรรค์สร้างสิ่งดีๆเหล่านั้นในใจ จนมันบ่มเพาะตัวเองขึ้นเรื่อยๆเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงแห่งความเข้าใจได้ เพราะความตั้งมั่นและดำเนินกิจตามนั้นอย่างแท้จริง
เชื่อว่าหนังสือของท่านสามารถฟอกใจใครหลายๆคนได้เพราะทุกตัวอักษรทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำความเข้าใจ ทำให้วัยรุ่น วัยที่กำลังจะรุ่น หรือวัยที่เลยวัยรุ่นไปแล้วตกลงปลงใจศึกษาธรรมะเพื่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
แต่ก็น่าแปลก ที่สังคมเรายังคงมีควันของความมัวเมาด้วยคนที่มีรูปแบบความคิดแตกแยก ปั่นปวนทัศนวิสัยความสุขให้ผวนเผไปหมด
ตราบใดที่เราทุกคน คนธรรมดาสามัญ ยังไม่สิ้นลมหายใจทางทัศนคติ และพร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดเพื่อสิ่งที่ดีกว่า สังคม ประเทศ หรือโลกหนักๆใบนี้ก็สามารถอยู่ในสภาพของความสงบสุขและรอยยิ้มได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เราไม่ได้คิดบวกมากเกินไป
แต่หนังสือของท่าน เปลี่ยนให้เราคิดแบบนี้
และเราก็อยากให้ทุกคนได้เปลี่ยนด้วย
เพราะการมีความสุข ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย
By : Eastsea |