Japan - เรื่องของ Beer Beer
วันที่อัพเดท : 12 กันยายน 2554
Japan - เรื่องของ Beer Beer

ช่วงนี้ละเหี่ยใจมากๆ...รูปแยะเรื่องน้อย...มากินเบียร์กันเหอะ คนละแก้วก็แล้วกัน



เบียร์ ในปัจจุบันมีส่วนผสมหลัก คือ ข้าว Barley ที่นำไปทำเป็น Malt เพื่อต้มจากนั้นจะเติม Hop ซึ่งมีรสขมเพื่อตัดกับความหวานของ Malt และเป็นตัวช่วยทำให้เบียร์เก็บไว้ได้นาน เสร็จแล้วจึงเติม Yeast ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลใน Malt ให้เป็น Alcohol ในขณะเดียวกันก็ปล่อยก๊าซ Carbon-dioxide ปุดๆออกมาในกระบวนการเดียวกันด้วย (ภาพกระบวนการผลิตเบียร์ จาก Encyclopedia Britannica)



เบียร์ เป็นเครื่องดื่มโบราณขนานแท้ เก่าแก่ขนาดที่ว่ากรึ่มกันมาตั้งแต่สมัย Mesopotamia สมัยนั้นดูดจากไห สูตรการปรุงในยุคนั้นอาจแตกต่างไปบ้าง คงได้จากการหมักคล้ายกับพวก 'กะแช่' หรือ 'อุ' ของบ้านเรา





ทุก วันนี้เบียร์เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม โดยติดอันดับ 3 รองจาก น้ำ และ น้ำชา เท่านั้น ทั่วทั้งโลกช่วยกันผลิตเบียร์ออกมาถึงปีละกว่า 125,000 ล้านลิตร แล้วก็ช่วยกันกิน ก่อนจะแยกย้ายไปชิ้งฉ่องต่อไป

ทายซิ ครับ...ประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุดคือใคร ม่ายช่าย..เยอรมัน แต่เป็นจีนครับ ปีนึงก็ 28,000 ล้านลิตร ตามมาด้วยอเมริกาปีละ 25,000 ล้านลิตร ที่สามถึงจะเป็นเยอรมันครับ 9,500 ล้านลิตร

แล้วประเทศที่ กินเบียร์มากที่สุดล่ะคือใคร ก็ม่ายช่าย..เยอรมันอีกนั่นแหละ เป็น Croatia ครับ คนนึงกินเบียร์ต่างน้ำปีละกว่า 150 ลิตร ตามมาด้วยคนไอริชปีนึงดวดเข้าไป 130 ลิตร ส่วนคนเยอรมันเป็นที่สามปีละ 115 ลิตร จีนที่ผลิตมากที่สุดนั่นน่ะอยู่อันดับที่ 36 ปีนึงแค่ 22 ลิตรเอง ส่วนอเมริกันนอนดูกีฬากินเบียร์กันพุงอืดก็กินแค่ 80 ลิครต่อคนเท่านั้น (ภาพเบียร์ยอดนิยมของชาว Croatia 4 ยี่ห้อ อายุเกินร้อยปีทั้งนั้น)




พี่ ไทยควักเงินซื้อเบียร์กันปีละ 114,000 ล้านบาท เป็นปริมาณ 2,000 ล้านลิตร หรือ 33 ลิตรต่อคน เบียร์ 99.5% ผลิตจาก 3 ค่ายใหญ่ ภายใต้ 9 ยี่ห้อ (ที่ส่วนมากชื่อเป็นสัตว์ทั้งสิ้น) ..คงไม่ต้องขอให้พยายามดวดกันให้มากกว่านี้...แค่นี้ก็เมาแล้วขับกันมากพอ อยู่แล้ว



ญี่ปุ่น รู้จักเบียร์จากการมาของชาว Dutch ที่มาค้าขายทางใต้แถบ Nagasaki เบียร์ยี่ห้อแรกๆของญี่ปุ่นคือ Shinagawa (品川縣麦酒 - Shinagawa Ken Biiru) เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1869 จนถึงปัจจุบัน

ทุกวันนี้คนญี่ปุ่นดื่ม เบียร์เป็นสัดส่วนถึง 40% ของเครื่องดื่มน้ำเมาทั้งหมด โดยกินเฉพาะเบียร์อย่างเดียวปีละ 6,500 ล้านลิตร เฉลี่ยแล้วคนละ 50 กว่าลิตรต่อปี

แม้ว่า 4 ยี่ห้อหลักคือ Kirin (กิเลน) Asahi Suntory และ Supporo จะกินตลาดรวมกันไปแล้วกว่า 96% แต่ก็ยังมีเบียร์ท้องถิ่นและ Micro Brewery อยู่อีกเป็นร้อยแห่งทั่วประเทศ ทำให้ตลาดเบียร์ของญี่ปุ่นมี Segment ยุบยับไปหมด มีแม้กระทั่งเบียร์ (ปลอม) สำหรับเด็ก (こども の のみもの - Kodomo no Nomimono)



แถม ญี่ปุ่นยังมีสูตรการเก็บภาษีเครื่องดื่มน้ำเมาประเภทนี้เฉพาะตัว นั่นคือเก็บตามปริมาณส่วนผสมของ Malt ถ้ามี Malt มากก็จะเสียภาษีมาก ยกตัวอย่างเบียร์ 1 ขวดราคา 337 เยน จะเป็นภาษีรวมแล้วถึง 157 เยน หรือ 47% เลยทีเดียว

แต่ถ้าส่วนผสมของ Malt ต่ำกว่า 67% จะเสียภาษีถูกลงเหลือเพียง 36% เท่านั้น ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าห้ามเขียนที่ขวดหรือกระป๋องว่าเบียร์ (ビール) ต้องใช้คำอื่นแทน ดังนั้นถ้าอยากจะกินเบียร์แท้ๆแบบต้นตำรับ จึงต้องสังเกตคำว่า ビール ให้ดีก่อนซื้อ





เมื่อ มีกติกาเช่นนี้ ผู้ผลิตเบียร์ในญี่ปุ่นจึงหนีมาผลิต Low-Malt Beer มากขึ้นโดย Segment นี้มีชื่อว่า Happoushu (発泡酒) คือ เหล้าที่มีฟอง มาจากคำว่า Happou 発泡 (はっぽう) ที่แปลว่า เป็นฟอง ส่วนคำว่า Shu 酒 (シュ) นั้นก็คือ เหล้า ที่ปกติเราอ่านว่า Sake (さけ) นั่นเอง



หลัง จากนั้นในปี 2004 ก็มี Low-Malt อีก Segment โผล่ขึ้นมา เรียกว่า Happousei (発泡性) โดยใช้คำว่า Sei 性 (せい) ที่แปลว่าประเภท แทนคำว่า Shu 酒 (シュ) เนื่องจากมันถูกผลิตโดยใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จาก ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวโพด มันฝรั่ง แทนการใช้ Malt

เบียร์ Happousei นี้ถูกเรียกว่าเป็น Third Generation Beer หรือเบียร์รุ่นหลาน กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะราคาที่ถูกกว่า สังเกตได้จากที่กระป๋องจะเขียนคำว่า Liquor (リキュール) แทน แต่ก็ไม่วายที่จะแอบใส่รูปรวงข้าว Barley บนกระป๋องให้เข้าใจแบบไม่ต้องสื่อสารว่า ที่อยู่ในกระป๋องน่ะ รสชาติเบียร์นะโว้ย



ใน ระยะหลัง เบียร์ถูก Position ให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะพบเห็นคำที่ฟังแล้วดูดีคือคำว่า Zero ปรากฎอยู่ตามโฆษณาในที่ต่างๆทั่วไป และมีเบียร์แบบ Zero ให้เห็นอยู่หลายรุ่น เช่น Zero Alcohol คือ เบียร์ที่ไม่มี Alcohol (แล้วจะกินกันไปทำไม..) จาก Kirin แบบนี้ ....



และจาก Suntory แบบนี้ ..



....รวม ทั้งมีเบียร์ Calorie ต่ำ カロリーオフ (Calorie Off) ที่แอบใช้คำว่า Zero กับเขาด้วย แต่ไม่ได้แปลว่า Calorie จะเหลือ 0 นะ แบบนี้..



โดยเฉพาะเจ้ากระป๋องนี้.



มันยังมีอยู่ตั้ง 19 kcal แน่ะ



นั่นไม่ัสำคัญเท่า มันมี Alcohol 3% ครับ

ดัง นั้น ใครไปเยือนญี่ปุ่น เวลาไปยืนหน้าตู้ขายเบียร์ ซึ่งมันจะเบียดกันเสนอหน้าจนละลานตาไปหมด เห็นคำว่า Zero อย่าได้ย่ามใจคิดว่าปลอดภัยเชียว กระป๋องนี้น่ะ ทีมเด็กๆที่ไม่ยอมกินเบียร์เด็ก ไปคว้ามาลองเพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นรุ่น Zero Alcohol ดวดกันเข้าไปคนละสองอึกสามอึก นั่งตาปรือกันถ้วนทั่วเลยครับ....เอิ๊ก

ขอขอบคุณบทความจาก
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=ayatana&month=25-05-2010&group=13&gblog=6