www.j-doramanga.com――留学経験を生かして日本関連のトップサイトを育てる――日本語教育からエンタメまで
www.j-doramanga.com―― ปลุกปั้นสู่เว็บแนวหน้าทางด้านญี่ปุ่น โดยใช้ประสบการณ์ที่ได้ศึกษาต่อญี่ปุ่นให้เป็นประโยชน์―― คลอบคุมตั้งแต่การศึกษาภาษาญี่ปุ่นจนกระทั่งความบันเทิง
タイで最も人気のある日本関連ウェブサイトは「www.j-doramanga.com」だ。平均すると1日1万5000人が訪れる。このウェブサイトを運営するのはナッタポン・ブーンポンさんだ。2006年9月2日に公式オープンした。コンテンツは4割が日本語教育に関するもので、「コラム」「関西語講座」「すぐに使える日本語講座」「マンガで教える日本語」などだ。他の6割はエンターテインメントだが、これは日本語教育だけではアクセスが思ったより増えないので、閲覧促進のために掲載している。
เว็บไซต์เกี่ยวกับญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยคือ "www.j-doramanga.com" โดยเฉลี่ยแล้วมีผู้เข้าชม 15,000 คนต่อวัน ส่วนผู้ที่ดูแลจัดการเว็บไซต์นี้คือ คุณณัฐพงษ์ บุญพร เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายน ปี 2006 โดยเนื้อหา 40 เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น เช่น "คอลั่มเรียนภาษาคันไซ" "คอลั่มเรียนภาษาญี่ปุ่นใช้ได้ทันที" "ภาษาญี่ปุ่นสอนด้วยการ์ตูน"เป็นต้น โดยอีก 60 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องบันเทิง หากมีแต่เนื้อหาด้านการศึกษาภาษาญี่ปุ่นจำนวนผู้เข้าชมเว็บจะไม่มากดั่งที่ คาดหวัง จึงหันมาเน้นเนื้อหาบันเทิงในเว็บเพื่อกระตุ้นยอดการเข้าชม
ナッタポンさんは、ウェブサイトを立ち上げる前の年に、タイ商工会議所大学日本語専攻を卒業した。そして、日本の川崎市にある外語ビジネス専門学校(CBC)に1年間、自費で留学した。
ก่อน ที่จะเริ่มสร้างเว็บไซต์ คุณณัฐพงษ์จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สาขาวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น จากนั้นก็ได้ไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นด้วยทุนส่วนตัว เป็นเวลา 1 ปีที่ College of Business and Communication (CBC) ซึ่งอยู่ในเมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
日本留学することを決めた時、大学の級友たちも誘った。しかし皆が口を揃えて言ったのは、「留学したいけど、お金がないから無理」という絶望的な答えだった。
ตอน ที่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น นั้น ก็ได้ชักชวนเพื่อนร่วมชั้นที่มหาวิทยาลัยด้วย แต่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน และ เป็นคำตอบที่แสนสิ้นหวังว่า "ก็อยากไปเรียนต่ออยู่หรอก แต่ไม่มีเงิน เพราะงั้น คงเป็นไปไม่ได้"
「せっかく日本語を勉強しているのに、日本に留学するのは自分だけでいいのか、と強く思った。でも、自分はラッキーだった。親が留学資金を出してくれたから」
ตรง นี้ ทำให้ผมครุ่นคิดอย่างหนัก ว่า “ อุตส่าห์เรียนภาษาญี่ปุ่นมาทั้งที จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นแค่ตัวคนเดียวมันดีแล้วเหรอ?” ทว่า ตัวผมเอง นั้น โชคดีเป็นอย่างมาก เพราะได้พ่อแม่ช่วยสนับสนุนเงินทุนในการเรียนต่อให้
日本留学中、ナッタポンさんは、日本人学生の中に入って国際貿易を学んだ。語学教育ではなく、実務学習だったので、相当に苦労した。それでも時間を見つけてアルバイトもした。
ระหว่าง ศึกษาอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณณัฐพงษ์ได้เรียนการค้าระหว่างประเทศกับนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ซึ่ง มันไม่ใช่เพียงแค่การเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่มันคือการเรียนภาคปฏิบัติ จึง ค่อนข้างยากลำบากมากทีเดียว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังหาเวลาไปทำงานพิเศษด้วย
1年後、バンコクに戻ったナッタポンさんは、それまで学校で学んだり、日本滞在で得た知識を生かそうと、日本で稼いだお金を元にしてwww.j-doramanga.comを立ち上げた。
ภายหลังการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปี คุณณัฐพงษ์เดินทางกลับมายังกรุงเทพ และ ตั้งใจนำความรู้ที่ได้รับจากการอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น รวมทั้ง ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนในวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นให้เกิดประโยชน์ จึงได้เริ่มสร้างเว็บไซต์ www.j-doramanga.com โดยใช้เงินเก็บที่หาได้จากการทำงานพิเศษที่ญี่ปุ่น
「日本に行きたくてもいけない人たちに、もっと日本のことを教えてあげたかった。当時はタイにはそういうウェブサイトがなかったから」
ผม "อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวของญี่ปุ่นให้กับคนที่อยากไปญี่ปุ่นแต่ไปไม่ได้ สมัยนั้น ไม่มีเว็บไซต์ประเภทนี้ในประเทศไทยด้วย"
日本ファンが盛り上ってきた
แฟนคลับญี่ปุ่นคึกคักขึ้นมาแล้ว
ナッタポンさんは、フリーの通訳やコーディネーターをしながら、5年間にわたってwww.j-doramanga.comを運営してきた。現在はタイの大手出版社に勤務して日本関連事業の開発に携わっている。仕事柄、日本の芸能人やエンターテインメント会社との付き合いもある。そんな彼は、日本のエンターテインメント業界が新たな方向に動き始めたと感じている。
คุณณัฐพงษ์ทำงานเป็นผู้ประสานภาษาญี่ปุ่นและนักแปลอิสระไปพลาง พร้อมทั้งดูแลเว็บไซต์ www.j-doramanga.com มาเป็นเวลา 5 ปี ปัจจุบันทำงานให้กับสำนักพิมพ์รายใหญ่ของไทยแห่งหนึ่ง โดยรับผิดชอบ และ พัฒนาโปรเจคต์ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ด้วยสายงานของเขา ทำให้คุณณัฐพงษ์ รู้จักกับบริษัทเอนเตอร์เทนเมนท์ และ คนในวงการบันเทิงญี่ปุ่นอีกด้วย
「日本は景気が悪いので、特に震災後、海外に進出しようというエンター テインメント企業が増えている。この前、Xジャパンがタイに来てコンサートを開いた。次はラルク・アン・シェルが来る。そういう傾向になっている。以前み たいに日本国内だけでやれるという意識が薄くなっているように思う」
"เพราะสภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นย่ำแย่ หลังภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ธุรกิจบันเทิงที่มุ่งรุกต่างประเทศจึงเพิ่มมากขึ้น ก่อนหน้านี้ X-Japanก็เพิ่งจะมีการจัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ไทย ต่อไป L'arc En Ciel ก็ จะมาเหมือนกัน มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น “ และ “ความคิดที่ว่า ทำแค่เฉพาะตลาดภายในประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียวก็อยู่ได้ เหมือนเช่นเคย นั้น เริ่มน้องลงแล้ว"
一方、タイ側では、日本の人気が再び高まってきていると、ナッタポンさ んは言う。「2、3年前は日本の落ち込みが激しかった。でも、震災で、タイ人はまた、日本に興味を持つようになった。そこでタイの大手企業が日本関連コン テンツを増やそうとしている。これまで韓流がもの凄かったけど、2011年は山P(山下智久)がライブをやった。日本ファンが盛り上っている」。ナッタポンさんの期待も高まっている。 by Taisuke
อีกด้านหนึ่ง คุณณัฐพงษ์ก็ได้กล่าวว่า ความนิยมในญี่ปุ่นกำลังพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในฝั่งไทย "ก่อนหน้านี้ 2,3ปี ความนิยมในญี่ปุ่นลดต่ำลงเป็นอย่างมาก แต่ จากเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คนไทยได้หันกลับมาสนใจญี่ปุ่นอีกครั้ง เพราะฉะนั้นธุรกิจรายใหญ่ของไทยจึงตั้งมั่นว่าจะเพิ่มคอนเทนต์เกี่ยวกับ ญี่ปุ่นให้มากขึ้น จนถึงเดี๋ยวนี้กระแสเกาหลีนั้นนิยมเป็นอย่างมากก็จริง แต่เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมาก็มีการจัดแสดงคอนเสริต์ของยามะพี(ยามาชิตะ โทโมฮิสะ) ด้วย แฟนคลับญี่ปุ่นจึงกลับมาคึกคักเป็นอย่างมากทีเดียว" ความหวังของคุณณัฐพงษ์ก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ Bankok shuhou ที่เห็นคุณค่าในสิ่งเล็กๆที่ผมเพียรพยายามทำเป็นอย่างมากครับ